ประวัติราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
สมาคมจักษุแพทย์แห่ง
ประเทศไทย และราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
มีจุดกำเนิดและขั้นตอนความเป็นมาที่สำคัญ
ควรค่าแก่การบันทึกไว้ให้จักษุแพทย์รุ่นหลัง
ได้ทราบถึงเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งตามลำดับ ดังนี้
- สมาคมจักษุ โสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งวันที่ 20 กรกฎาคม 2499
- สมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งวันที่ 22 มิถุนายน 2521
- วิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งวันที่ 21 มิถุนายน 2535
- ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งวันที่ 12 มิถุนายน 2538
ใน
ปี พ.ศ. 2498 แพทย์ที่ปฏิบัติงานด้าน ตา หู คอ จมูก
ได้ร่วมประชุมกันเพื่อร่างระเบียบข้อบังคับในการจัดตั้งสมาคมขึ้น
นับว่าเป็นสมาคมแพทย์เฉพาะทางสมาคมแรกของประเทศไทย
ซึ่งพวกเราที่เป็นจักษุแพทย์รุ่นหลังรู้สึกภาคภูมิใจในวิสัยทัศน์ของท่าน
ปรมาจารย์เหล่านั้น ท่านอาจารย์ น.อ.สดับ ธีระบุตร
ผู้ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของการประชุมได้ดำเนินการจดทะเบียน
โดยได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมจากสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ลงวันที่ 20 กรกฎาคม
2499โดยมี พันโทหลวงประจักษ์ เวชสิทธิ์
เป็นนายกสมาคมคนแรกกิจกรรมของสมาคมดำเนินมาด้วยดีมีจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้น
ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิชาการเฉพาะทางทำให้จักษุแพทย์ และแพทย์ทางหู คอ
จมูก มีการทำงานทั้งทางด้านการรักษาพยาบาล
และด้านวิชาการแตกต่างแยกจากกันอย่างชัดเจน จึงได้แยกสมาคมออกเป็นสองสมาคม
โดยมีการแยกไปตั้งเป็นสมาคมโสต ศอ
นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยส่วนทางจักษุแพทย์โดยท่านอาจารย์นิสิต ลีละวงศ์
ได้เป็นผู้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อสมาคมเดิมเป็นสมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
มีท่านอาจารย์กอบชัย พรหมินทะโรจน์เป็นนายกสมาคมคนแรก โดยจดทะเบียน
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 252
ตราสัญลักษณ์ของสมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
|
ใน
ปี พ.ศ.2533
แพทยสภาเห็นสมควรให้สมาคมแพทย์สาขาต่างๆจัดตั้งเป็นวิทยาลัยและดำเนินการตาม
ข้อบังคับของแพทยสภาว่าด้วยวิทยาลัยทางสมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยซึ่งมี
ศาสตราจารย์นายแพทย์ประจักษ์ ประจักษ์เวช เป็นนายกสมาคม
ได้มอบหมายให้ศาสตราจารย์นายแพทย์เทียม หล่อเทียนทอง
และรองศาสตราจารย์นายแพทย์ ม.ร.ว. พรสวัสดิ์
นันทวันเป็นผู้ดำเนินการประสานงาน และจัดทำร่างข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วย
วิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2535
ได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารวิทยาลัยเฉพาะกาล
ทำหน้าที่บริหารเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง จนกระทั่งวันที่ 21
เมษายน 2535 จึงได้รับอนุมัติจากแพทยสภาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในครั้งนั้นวิทยาลัยมีสมาชิกก่อตั้งจำนวน 201 คน ต่อมาเมื่อวันที่ 20
พฤศจิกายน 2535
ได้มีการเลือกตั้งประธานวิทยาลัยพร้อมทั้งกรรมการบริหารในการประชุมใหญ่
สามัญประจำปี
ที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คณะผู้บริหารวิทยาลัยเฉพาะกาลให้เป็น
คณะกรรมการผู้บริหารวิทยาลัยต่อไป โดยมีวาระ 2 ปี และในปี 2537
คณะกรรมการชุดนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกโดยได้รับการเลือกตั้งให้
บริหารวิทยาลัย
ต่ออีกหนึ่งวาระเมื่อก่อตั้งวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยขึ้นแล้ว
ได้มีมติที่สำคัญในการประชุมใหญ่สมาชิกสามัญประจำปีคือ
ให้คงสมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยไว้
โดยสมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่าวิทยาลัยนั้นดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทยสภา
ซึ่งเปรียบเหมือนสถาบันแม่ ของวิทยาลัยต่างๆ
มีกฎหมายรองรับซึ่งเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานและติดต่อในทางราชการโดยเฉพาะ
ในเรื่อง การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน
และการสอบเพื่อหนังสืออนุมัติและวุฒิบัตร
ส่วนสมาคมจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยนั้นมีเกียรติประวัติอันยาวนานน่าภาคภูมิ
เป็นเสมือนมรดกของจักษุแพทย์ทุกคน และยังมีลักษณะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
สามารถทำนิติกรรมได้ด้วยตนเอง ต่างจากวิทยาลัยซึ่งต้องผ่านทางแพทยสภาในปี
พ.ศ.2537 คณะกรรมการของราชวิทยาลัย
และวิทยาลัยทางการแพทย์เฉพาะทางต่างๆได้ร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อก่อตั้ง
?กลุ่มสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางแห่งประเทศไทย (Consortium of Medical
Specialties Training Institution of Thailand)? ในขั้นแรกประกอบด้วย 9
สถาบัน คือ
- ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย
- ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย
- ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย
- ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
- ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย
- วิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งประเทศไทย
- วิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
- วิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย
- วิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย
กลุ่ม
สถาบันฯ โดยศาสตราจารย์นายแพทย์อรุณ เผ่าสวัสดิ์
ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย
ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานกลุ่ม มีวัตถุประสงค์หลักที่จะต้องดำเนินการ 2
ประการคือ
- จัด
กิจกรรมต่างๆ และจัดประชุมทางวิชาการครั้งยิ่งใหญ่ร่วมกัน
เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ?กาญจนาภิเษก? ในปี พ.ศ.2539
- จัด
สร้างอาคารเป็นที่ทำการถาวรของกลุ่มสถาบันฯ
โดยมีแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ได้เข้ามาร่วมกลุ่มและกิจการนี้ด้วย แพทยสมาคมฯ
ได้อนุมัติให้สร้างอาคารสำนักงานและสถานที่จัดการประชุมของกลุ่มสถาบันฯ
บนที่ดินของแพทยสมาคมฯ
เพื่อ
ให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว กลุ่มสถาบันฯ
ได้กราบบังคมทูลเชิญและได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามมกุฏราชกุมาร ทรงรับเป็นองค์ประธานจัดสร้างอาคาร
ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามว่า
?อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี? อาคารนี้เป็นอาคารที่ทันสมัยสูง 12 ชั้น
ค่าก่อสร้างและค่าดำเนินการประมาณ 440 ล้านบาท สร้างบนที่ดิน 4 ไร่
ของแพทยสมาคมฯตั้งอยู่ที่ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ
ซึ่งต่อมาเมื่อวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2540
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร
ได้เสด็จแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงเปิดอาคารเฉลิมพระ
บารมี ๕๐ปีเนื่องด้วยสถานภาพของสถาบันต่างๆ
ในกลุ่มยังมีความแตกต่างกันกล่าวคือ ประกอบด้วย 5 ราชวิทยาลัย และ 4
วิทยาลัย ทั้งที่แต่ละสถาบันมีกรรมการ
และสมาชิกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ เช่นเดียวกัน
มีกิจกรรมทางด้านวิชาการ
การให้บริการรักษาแก่ประชาชนที่เจ็บป่วยและยังเป็นแพทย์อาสารับ
ใช้สนองพระมหากรุณาธิคุณตามเสด็จเพื่อให้การดูและรักษาผู้เจ็บป่วยในท้อง
ถิ่นต่างๆ ที่เสด็จแปรพระราชฐานตลอดมา จึงเห็นสมควรกราบบังคมทูลพระกรุณา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงรับให้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์
และสถาปนาวิทยาลัย 4 แห่ง ให้เป็นราชวิทยาลัย
สำหรับวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยนั้น
ได้มอบหมายให้รองศาสตราจารย์นายแพทย์ ม.ร.ว.พรสวัสดิ์ นันทวัน
เป็นผู้ประสานงาน
ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์
และสถาปนาเป็นราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน
2538
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้แก่จักษุ
แพทย์ ทั้งปวงราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่า
ร.จ.ท.ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า The Royal College of Ophthalmologists of
Thailand
มีชื่อย่อว่าRCOPTโดยคณะกรรมการบริหารราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
ชุดแรกยังคงเป็นกรรมการชุดเดิมซึ่งก็คือกรรมการชุดแรกของวิทยาลัยจักษุแพทย์
แห่งประเทศไทย ต่อมาในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2541
คณะกรรมการราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยและคณะกรรมการสมาคมจักษุแพทย์
แห่งประเทศไทย
ได้มีการประชุมและลงมติที่มีความสำคัญคือให้คณะกรรมการทั้งสองชุดเป็นบุคคล
เดียวกัน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องในการดำเนินงาน
ขจัดข้อแตกต่างที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในด้านนโยบายและการปฏิบัติ
ตราสัญลักษณ์เครื่องหมายประจำราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
เครื่อง
หมายประจำราชวิทยาลัยมีรูปทรงคล้ายดวงตา มีอักษรย่อ ร.จ.ท. อยู่ตรงกลาง
ลักษณะเป็นทรงกลมเช่นเดียวกับกระจกตา (สีเงิน) ด้านบนมีตรามหามงกุฎ
และเลข ๙
แสดงถึงการได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่
9 โปรดเกล้าให้เป็นราชวิทยาลัย (สีทอง) ด้านล่างมีคำว่า
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย (พื้นสีชมพูอ่อน) และ พ.ศ. 2538
(พื้นสีชมพูเข้ม) ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้งในปัจจุบัน (พ.ศ.2548)
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยได้ปฏิบัติภาระหน้าที่
และดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการมาแล้วรวม 6 ชุด
ซึ่งมีประธานราชวิทยาลัยชุดต่างๆดังนี้
1. ศาสตราจารย์นายแพทย์ประจักษ์ ประจักษ์เวช (พ.ศ.2538 ? 2539)
2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงจวงจันทร์ ชันซื่อ (พ.ศ.2539 ? 2541)
3. ศาสตราจารย์นายแพทย์วิสุทธิ์ ตันศิริคงคล (พ.ศ.2541 ? 2543)
4. รองศาสตราจารย์นายแพทย์ ม.ร.ว.พรสวัสดิ์ นันทวัน (พ.ศ.2543 ? 2544)
5. รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงคุณไธวดี ดุลยจินดา (พ.ศ.2544 ? 2547)
6. รองศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ สิงคาลวณิช (พ.ศ.2547 ? 2549)
7. รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุดารัตน์ ใหญ่สว่าง (พ.ศ.2549 ? ปัจจุบัน) |