เอกสารประกอบหมายเลข3
ประวัติ
ชมรมต้อกระจกแผลเล็ก
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
Manual
phacofragmentation group (M.P.F.Thai
ในการประชุมราชวิทยาลัยจักษุแห่งประเทศไทย
และ สมาคมจักษุแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิติ้จอมเทียน
พัทยา ชลบุรีระหว่างวันที่ 12-15 กรกฎาคม 2538 มีแพทย์กลุ่มหนึ่งตั้งข้อสังเกตุว่า
สาระของการประชุมครั้งนั้นทั้งในเวลา และ พิเศษนอกเวลา ล้วนเน้นในเรื่องPhacoemulsification
จนคล้ายจะมีความ พยายามเปลี่ยนแปลงวิธีการผ่า
ตัดต้อกระจกทั้งหมดของประเทศไปเป็นการทำ Phaco ทั้งหมดซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก
เพราะเรายังมีคนจน และผู้มีรายได้น้อยอยู่กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ
ซึ่งแม้การผ่าตัดต้อกระจกและ ฝังแก้วตาเทียมแบบธรรมดา ราคาถูก
ก็ยังไม่สามารถตามพิชิตให้หมดไปได้จึงได้รวมตัวกันตั้งเป็น
กลุ่มพัฒนาจักษุเทคโนโลยีแนวใหม่ มี นพ.ชัยเยนทร์ รัตนวิจารณ์
เป็นประธานกลุ่ม และมีวัตถุ
ประสงค์ที่จะส่งเสริม และ พัฒนาการผ่าตัดต้อกระจกผ่านแผลขนาดเล็ก
ในหลักการของ AppropriateTechnology กล่าวคือ เป็นวิธีการง่าย
ๆ ที่จักษุแพทย์ทุกคนสามารถทำได้ ราคาประหยัดซึ่งผู้รับบริการสามารถจ่ายค่ารักษาได้โดยไม่เดือดร้อน
มีประสิทธิภาพ
และ ความปลอดภัยสูง ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ย่อมไม่ได้รับการ
สนับสนุนจากนักการค้าที่ขายเครื่องมือและ อุปกรณ์ รวมทั้งนักวิชาการในมหาวิทยาลัยที่
ต้องการเป็นเอกจากการเกาะติดกระแสของการพัฒนาทางเทคโนโลยีการจัดประชุม
: กลุ่มจึง
ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งแรกณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์
ในวันอังคาร ที่ 21และ พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2538 ในหัวข้อเรื่อง
Small incision for
Phacofragmentation without Phacoemulsification Machineโดยมีวิทยากร
อาทิ
อาจารย์ชัยเยนทร์ รัตนวิจารณ์ นพ. พิทักษ์ กิจเจริญ,น.พ.เชี่ยวชาญ
วิริยะลัพภะ และ อื่น ๆ
มีการผ่าตัด และ ถ่ายทอดสดลงมาจากห้องผ่าตัด ร่วมกับการบรรยาย
การซักถาม การนำ
เครื่องมือเครื่องใช้มาแสดง เป็นที่สนใจสำหรับผู้มาร่วมการประชุมในครั้งนั้นเป็นอย่างมาก
ในการประชุมกลุ่มหลังเสร็จการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีข้อสรุป
คือ
1. Anterior Chamber Maintainer (ACM) (เอกสารหมายเลข 11)มีความสำคัญมากใน
การควบคุมความดันภายในลูกขณะผ่าตัด และมีการประดิษฐ์เครื่องปรับระดับน้ำเกลือ
ให้สูงต่ำด้วยสวิตช์ที่เท้าจนสามารถควบคุมความดันภายในลูกได้ตาได้
2. โดยที่คนไทยส่วนใหญ่มักมี Lens nucleus แข็ง และ ใหญ่ การทำแบบ
Mini Nuc มักมี
ปัญหาต้องขยายแผลบ่อย ๆ จึงไม่ใช่ Small incision อย่างที่พูด
3. การทำ Phacofragmentation เครื่องมือที่ใช้ใน Anterior chamber
ควรเป็นชิ้นเล็ก ๆ และ
ใช้น้อยชิ้นที่สุด แม้กระนั้นก็อาจจะมีโรคแทรกซ้อนได้ จึงควรใช้
Viscoelastic ช่วย โดย
เฉพาะวิธีของ นพ.พิทักษ์ใช้ Viscoelastic ตัวที่เหนียวที่สุด
4. อย่างไรก็ตาม Phacofragmentation ช่วยให้แผลเล็กลงมาก จึงดูเหมาะสมกว่าวิธีอื่น
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 : ใช้หัวข้อเรื่องคือ
Small incision Phacofragmentation
Technologies Alternative to Phacoemulsification ในวันอังคาร
- พุธ ที่ 23-24 กรกฎาคม2539 ณ โรงพยาบาลสงฆ์มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมมากขึ้นและ
ในการประชุมครั้งนี้ มีเรื่องที่ควรบันทึกคือ
1.มีผู้เสนอให้เปลี่ยนชื่อของกลุ่มเป็น Small incision Cataract
Surgery without
Phacoemulcification
2.มีแพทย์ที่เข้าร่วมประชุม และ ปฏิบัติการครั้งที่ 1 และ สนใจวิธีของ
นพ.พิทักษ์ จึงนำ
ไปฝึกฝนจนสามารถทำได้ดี และ มาช่วยเป็นวิทยากรในครั้งนี้ด้วย
คือ นพ.สุรชัย อมรานันทกิจ
จาก ร.พ.ฉะเชิงเทราถือเป็นนักเรียนท่านแรกที่ประสบผลสำเร็จในการใช้วิชาผ่าตัดต้อกระจก
แผลเล็กนี้
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 3 : คงจัดขึ้นที่โรงพยาบาลสงฆ์
ระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายน
2539โดยวันแรกเป็นการสาธิต และ บรรยายโดยกลุ่มวิทยากรของชมรม
วันที่ 26 พฤศจิกายน
ได้จัดให้เป็นโปรแกรมของ Professor Blumenthal แต่เกิดติดธุระกะทันหันจึงของดไป
อย่างไรก็
ตามเราก็คงดำเนิน การประชุมต่อโดยดูคนไข้ที่ผ่าไว้แล้ว และ Discussion
ร่วมกันซึ่งก็ได้รับความ
สนใจมากพอควร อนึ่ง นพ.สุรชัย อมรานันทกิจได้นำพยาบาลช่วยผ่าตัดมาเสนอความเห็นต่อที่
ประชุมว่า การผ่าตัดด้วย Technique นพ.พิทักษ์ที่ นพ.สุรชัยนำไปใช้นั้นรู้สึกว่าง่าย
ทำได้เร็วมาก
และ คนไข้ชื่นชม เพราะมี Recovery เร็ว และ ที่ขอสนับสนุนมากเป็นพิเศษ
คือ เมื่อจะมีผ่าตัด
น้อยคน เป็นต้น 1-2 ราย ควรทำวิธีนี้ เพราะไม่ต้องใช้ เครื่อง
Phaco ที่ยุ่งยาก และ เมื่อเสร็จ
ต้องล้างเก็บเครื่อง Phaco จะต้องเสียเวลานานมากเกือบ 1 ชั่วโมง
การก่อตั้งชมรม : ในการประชุมใหญ่ของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 ณ อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี ได้มีการประชุมกลุ่มต้อกระจกแผลเล็กขึ้นในตอนหลังอาหารกลางวันและที่ประชุมเห็นสมควรประชุมต่อ
และ ทานอาหารเย็นร่วมกันที่ห้องอาหารโรงแรมเอวัน ซอยศูนย์วิจัย
ถนนเพชรบุรี มีผู้เข้าร่วมประชุม 22ท่าน และ ที่ประชุมมีมติดังนี้
1.ให้ตั้ง ชมรมการผ่าตัดต้อกระจกแผลเล็กด้วยวิธีธรรมดา ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า
Small incision
in Manual Cataract Surgery โดยมี นพ.นิสิต ลีละวงศ์ เป็นประธาน
และ นพ.ภัทรชัย พุทธวิบูลย์
เป็น เลขานุการ
2.ชมรมมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
2.1 เห็นสมควร ให้การผ่าตัดต้อกระจกแผลเล็กนี้ เป็นทางเลือก
ของการผ่าตัดต้อกระจก และ
ใส่เลนส์แก้วตาเทียมโดยตั้งใจและขณะเมื่อทำการผ่าตัด Phacoemulsification
อยู่แล้วเกิดปัญหา
ที่ต้องแก้ไข
2.2 ค้นคว้า และ หาวิธีการที่ดียิ่งขึ้น ,ง่าย และ เหมาะสม รวมทั้งปลอดภัย
ทั้งนี้โดยพยายามหลีกเลี่ยงการ
ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง
2.3ทำการค้นคว้าวิจัย เพื่อหาข้อมูลทางวิชาการ (Scientifical
Sound) ควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่
ที่ยอมรับ (ต้องให้มี Data ที่ดี และ ถูกต้อง)
2.4 ค้นหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ( Appropriate Technology) ร่วมไปด้วยเสมอ
2.5 เผยแพร่ แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิก จักษุแพทย์ และ
แพทย์ประจำบ้านผู้สนใจ รวมทั้งมีการ
แบ่งปันเครื่องมือ เครื่องใช้ ประดิษฐ์เองแก่กันและกันและหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่
3 เมื่อ
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2540แล้วมีประชุมสรุปผลมีผู้เสนอขอเปลี่ยน
ชื่อภาษาอังกฤษให้เป็นไปตามสากลนิยม
(และตรงกับหลักการของพวกเราที่ส่วนใหญ่หันมานิยมการตัด Lens
เป็นชิ้นก่อนเอาออก)คือ
Manual-Phaco-Fragmentation (M.P.F) และ ตัดชื่อภาษาไทยให้สั้น
และ เรียบง่ายขึ้นเป็น
ชมรมต้อกระจกแผลเล็กที่ประชุมเห็นชอบให้เปลี่ยนได้หลังจากประชุมที่โรงแรมเอวันแล้ว
ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพัฒนาเทคนิค และ วิธีการของตนเอง โดย นพ.เชี่ยวชาญ
วิริยะลัพภะ
พัฒนาวิธีModified Blumenthal จนทำเป็น routine ทั้งในโรงพยาบาลของรัฐ
และ เอกชนพร้อมกับ
มี นพ.พิพัฒน์ คงทรัพย์ มาร่วมงานด้วย นพ.สุรชัย อมรานันทกิจก็พัฒนาวิธีของ
นพ.พิทักษ์ กิจเจริญ
ต่อไป ส่วน นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ ซึ่งคิดค้นวิธี Phaco-drainage(video)
ก็พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง
เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2542ชมรมฯได้จัดประชุมที่ รพ.สงฆ์ ในวาระครบรอบ
4 ปี ของการก่อตั้งชมรม
MPF THAILANDโดยมีการนำเสนอผลที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพัฒนาและ รวบรวม
caseมาเสนอ
โดยมีวิทยากร 4 ท่าน คือ
1. นพ.เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ เสนอผลการทำ Modified Blumenthal
technique
2. นพ.สุรชัย อมรานันทกิจ เสนอผลการทำ Nucleus bisection (แบบ
นพ.พิทักษ์)
3. นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ เสนอพัฒนาการของ Phaco-drainage
4. นพ.ภัทรชัย พุทธวิบูลย์ เสนอผลการทำ Mini-Nuc ใน Private
practice 4 ปี
เสร็จจากที่ประชุม นพ.รุ่งโรจน์ เลิศวิทยาสกุล จากภาควิชาจักษุวิทยา
รพ.รามาธิบดี ขอความ
ช่วยเหลือจาก รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี เพื่อส่ง Resident ไป Elective
training สำหรับ MPF
จากนั้นอีกไม่นาน รพ.พระปกเกล้า จันทบุรีก็รับ trainingวิชา
MPF จากโรงเรียนแพทย์ และ
จากโรงพยาบาลในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องมาตลอดเป็นที่สังเกตว่า
เทคนิคของ นพ.พิทักษ์นั้น
นพ.สุรชัย ได้พัฒนาจนสามารถทำเป็น Routine ได้ แต่ยังไม่ สามารถ
train ได้ เพราะ รพ.ฉะเชิงเทรา
ยังขาด side-tube ของกล้องจุลทรรศน์ เมื่อถึงคราวจะ train ก็ต้องใช้สถานที่
ของรพ.พระปกเกล้า
จันทบุรี เดือนกรกฎาคม 2543 ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยจัดประชุมวิชาการกลางปี
ที่โรงแรมเดอะรีเจนท์ ชะอำ ในการประชุม วิชาการคราวนี้ นพ.เชี่ยวชาญ
วิริยะลัพภะ ได้เสนอ
เทคนิค MPF ใหม่ โดยใช้ Phaco-Prechop (video)ในการทำ MPF
นอกจากนี้ นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ ก็ได้เสนอเทคนิคการผ่าตัด และ
ผลในการทำ Phaco-drainage ลงใน
วารสาร Ocular Surgery News
ฉบับที่ 11/15/00 นับเป็นความภาคภูมิใจของจักษุแพทย์ และ ชมรม
MPF อีกครั้งหนึ่ง จนมีจักษุแพทย์
ต่างประเทศขอมาฝึกอบรมกับ นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์
เนื่องจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เเป็นเจ้าภาพจัดงาน
APAO ครั้งที่ 19 ใน
วันที 28 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคมพ.ศ.2546 ที่ผ่านมานี้ ชมรม MPF
THAILAND ได้รับเกียรติ
ให้ร่วมมือกับราชวิทยาลัย ช่วยกันจัดการประชุมครั้งนี้ จึงมีการ
รวมพล ของชมรม MPF THAILAND
กันในวันที่ 27 กรกฎาคม 2543 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ได้กรรมการ ชุดใหม่ ดังนี้
1. นพ.นิสิต ลีละวงศ์ เป็นประธาน
2. นพ.ชัยเยนทร์ รัตนวิจารณ์ กรรมการ
3. นพ.พิทักษ์ กิจเจริญ กรรมการ
4. นพ.เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ กรรมการ
5. นพ.สุรชัย อมรานันทกิจ กรรมการ
6. นพ.สุรศักดิ์ อุดมกิจเดชา กรรมการ
7. นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ กรรมการ
8. นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ กรรมการ
9. นพ. สมพงษ์ ภาสอาจ กรรมการ
10. นพ.วีรพันธ์ ธนาประทุม กรรมการ
11. นพ.ภัทรชัย พุทธวิบูลย์ กรรมการ
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ชมรมฯ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง ประชุมเชิงปฏิบัติการ
การผ่าตัดต้อกระจกแบบแผลเล็ก" ที่โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์
(วัดไร่ขิง)ประกอบด้วย
Live Surgery โดยคณาจารย์ของชมรมฯ, Panel discussion และ Wet
lab มีสมาชิกของ
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุมประมาณ 40
คน
นอกจากนี้ ชมรมฯ ได้จัดตัวแทนคือ นพ.เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ เข้าเป็นคณะกรรมการ
จัดประชุมนานาชาติ APAO ครั้งที่ 19 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันที่
28 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม พ.ศ.2546 ชมรม MPF ได้รับผิดชอบการจัด
Symposium
เรื่อง MPF มีอาจารย์นายแพทย์ชัยเยนทร์ เป็น Moderator ส่วน
Speaker ชาวต่างประเทศ
คือ Dr.Sanduk Ruit MD.จากประเทศเนปาล ส่วน Speakers ชาวไทยคือ
นพ.พิทักษ์ กิจเจริญ
,นพ.เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ และนพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ สำหรับ Instruction
course เรื่อง MPF
นั้น คณาจารย์แนวหน้าของชมรมจะเป็นวิทยากร ส่วนคณาจารย์ท่านอื่นจะช่วยอำนวยความสะดวก
|