{lift}


                                                                                  

ภาวะScleromalacia จาก Mitomycin - C

รายงานผู้ป่วย 3 ราย

 เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ พ.บ.*

                    Abstract      Scleromalacia from Mitomycin - C .Three cases reprot

                                      Cheocharn Viriyaluppa M.D.*

                                   * Department of Ophthalmology,Prapokklao

                            Hospital,Chantaburi,Thailand.

                            Prapokklao Hosp Clin Med Educat Center 1984;1:94-98.

        Scleromalacia is a necrotizing disease, with degeneration and thinning(softening) of the slcera
The slcera loses its covering, the epislcera, and develops an area of yellow - white necrosis tissue.
It occurs almost exclusively in patient with rheumatiod arthritis.
       Mitomycin-C(MMC)is an antimetabolite antibiotic used to reduce the rate of recurrent pterygium after bare slcera pterygium excision. Many recent reports claimed that MMC gained more benefit than ß-ray, but many serious complication were also note. Scleromalacia (with or without scleral perforation) is one of its complications, as presented in this 3 cases report.THe first and the second cases had only scleromalacia, but the third had severe scleromalacia with sclera perforation after conjuntival graft was done. Managements of the first case was supportive and symtomatic treatment , the other two were conjuntival graft over the lessions. All were cured , except the last case which developed change in visual acuity.

บทนำ

          Scleromalacia เป็นภาวะการเสื่อมสลายของเปลือกตาชั้น Sclera ซึ่งชั้นของ Episclera ถูกทำลายหายไป และบริเวณนั้นจะมีลักษณะของเนื้อเยื่อที่ตาย ยุ่ยและอ่อนนุ่ม มีสีขาวเหลือง (Yellow - white necrotic slough) ชั้นของ sclera จะค่อยๆถูกทำลายบางลงเรื่อยจนทะลุถึงชั้น chloroid ได้ในกรณีที่เป็นรุนแรง ส่วนมากมักเกิดร่วมกับโรค rheumatoid arthritis บางทีเรียกว่า scleromalacia perforans
          การผ่าตัดลอกต้อเนื้อนั้นมีหลายวิธี เช่น MC Reynolds, Neher , Desmarres, Bercus, Bare scleral technique เป็นต้น วิธีต่างๆเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายใหญ่คือ ต้องการความสวยงาม และป้องกันการเกิดใหม่ของต้อเนื้อ(recurrent pterygium) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของจักษุแพทย์ เพราะการเกิดใหม่ของต้อเนื้อนั้นมีอัตราสูงมากถึงร้อยละ 40 และมักเกิดได้รวดเร็วภายใน 2-3 สัปดาห์จึงมีผู้คิดค้นหาวิธีการลอกต้อเนื้อมากมายหลายวิธี แต่อย่างไรก็ตามอัตราการเกิดใหม่ของต้อเนื้อก็ยังสูงอยู่ต่อมาได้มีผู้คิดค้นหาวิธีที่จะป้องกันการเกิดใหม่ของต้อเนื้อ โดยใช้ß-ray (strontium 90) ขนาด 1,350 rep วางอีกครั้งหนึ่งหลังจากผ่าตัดได้ 2 สัปดาห์ โดยใช้ขนาดเดียวกัน เชื่อว่าทำให้อัตราการเกิดใหม่ของต้อเนื้อหลังจากลอกไปแล้วลดลงเหลือร้อยละ 20
          ปีค.ศ. 1955 Hata และ Kakaki ได้ค้นพบ mitomycin-C (MMC) ซึ่งเป็น antitumor antibiotic ซึ่งใช้รักษามะเร็งหลายชนิดด้วยกัน
          ปีค.ศ. 1963 Kunitumo และ Mori ได้รายงานถึงการใช้ MMC หลังจากการผ่าตัดลอกต้อเนื้อ พบว่าสามารถป้องกันการเกิดใหม่ของต้อเนื้อได้เป็นอย่างดี สำหรับประเทศไทยนั้นไม่มีหลักฐานที่ปรากฏแน่ชัดว่าเริ่มใช้ MMC หลังจากการผ่าตัดลอกต้อเนื้อเมื่อไร
           ปีค.ศ. 1981 พิทักษ์ กิจเจริญ ได้รายงานเปรียบเทียบระหว่างการใช้ ß-ray และ MMC หลังจากการผ่าตัดลอกต้อเนื้อเพื่อป้องกันการเกิดใหม่ พบว่ามีอัตราการเกิดใหม่ร้อยละ 29.4: 13.8 ตามลำดับ
          ปีค.ศ. 1984 เทียม หล่อเทียนทอง ได้รายงานเปรียบอัตราการเกิดใหม่ของต้อเนื้อหลังการใช้ ß-ray: MMC เท่ากับร้อยละ 25:6.25 โดยใช้วิธี base sclera technique เช่นเดียวกัน
          การใช้ MMC เพื่อป้องกันการเกิดใหม่ของต้อเนื้อนั้น แม้ว่าจะได้ผลดีกว่าการใช้   ß-ray ทั้งในด้านการลดอัตราการใหม่และในด้านความสวยงามก็ตาม อาจจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่น่ากลัวและอันตรายต่อลูกตาได้ เช่น scleromalacia จนถึง scleral perforation ดังรายงานผู้ป่วย 3 รายต่อไปนี้