คำนำ
เวบไซต์นี้รวบรวมผลงานนำเสนอเพื่อพิจารณาเข้ารับรางวัล
Mahidol University - B. Braun Prize ชื่อเรื่อง โครงการรณรงค์ให้จักษุแพทย์ไทยผ่าตัดต้อกระจกโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
(Appropriate technology) เป็นการรวบรวมผลงานของกระผมและคณะที่ได้พยายามสร้างเสริมและสะสมอย่างต่อเนื่องมานานนับ
๑๐ปี ผลงานแต่ละชิ้นนั้นได้สร้างสรรค์มาโดยมิได้คาดหวังว่าจะได้
ลาภ-ยศ-สรรเสริญ แต่ประการใด แต่ได้สร้างขึ้นมาเองภายใต้จิตสำนึกของความรู้สึกที่ว่า
น่าจะเป็นและน่าจะเหมาะสม และคิดถึงประโยชน์ที่ได้จากผลงานต่าง
ๆเหล่านี้ควรตกอยู่ที่สังคมโดยส่วนรวมมากกว่า และที่แน่นอนที่สุดก็คงต้องเป็นประเทศชาติของเราเองก่อนแล้วจึงค่อย
ๆ ขยายผลไปเป็นเพื่อเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกโดยเฉพาะผู้ที่ยากจนหรือด้อยโอกาสกว่าผู้อื่น
ผลงานแต่ละชิ้นนั้นจะเป็นงานที่ต่อเนื่องและเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดต้อกระจกซึ่งเป็นโรคตาที่เป็นสาเหตุตาบอดมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยรวมทั้งประชากรโลกด้วยและเป็นตาบอดที่สามารถผ่าตัดรักษากู้สภาพของสายตาคืนมาได้
๑๐๐ % หรือเกือบ ๑๐๐ %
เวบไซต์น
ี้เป็นเพียงการสรุปผลงานที่นำเสนอเท่านั้น ส่วนรายละเอียดของผลงานต่างๆนั้นได้บรรจุอยู่ในแผ่นซีดีที่นำส่งมาพร้อมกับหนังสือเล่มนี้ซึ่งมีทั้งภาพสไลด์(Powerpoint),ภาพวีดีทัศน์การผ่าตัดต้อกระจก(VCD)และเอกสารตีพิมพ์ต่างๆอีกมากมายที่สามารถเชื่อมโยง(Link)เรื่องราวต่างๆให้เข้าใจได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้กระผมและคณะได้ตั้งใจไว้ว่าจะทำไว้เพื่อการศึกษาแก่จักษุแพทย์รุ่นหลังต่อไปนอกเหนือจากการนำเสนอเพื่อเข้าพิจารณาชิงรางวัลอันทรงเกียรติ
Mahidol University- B. Braun Prize
สิ่งที่บันดาลใจให้กระผมสามารถทำงานอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานนั้น
กระผมยอมรับว่าเป็นความดีและความสามารถของคุณพ่อและคุณแม่ที่เป็นกำลังใจ
เป็นผู้แนะนำแนวทางที่ถูกที่ควร และความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะบุญคุณของแผ่นดิน
และพูดอยู่เสมอว่า ช่างเถอะคิดเสียว่าทำบุญก็แล้วกันดังนั้นงานทุกชิ้นที่เกิดขึ้นและสำเร็จแล้วนั้นกระผมทำด้วยความเต็มใจโดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวทั้งสิ้น
การเสนอผลงานเพื่อขอรับการพิจารณาเข้ารับรางวัลครั้งนี้เป็นครั้งที่
๒ กระผมขอขอบพระคุณคณะกรรมการราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
ที่ได้ไว้วางใจและเห็นความสำคัญของผลงานนี้เป็นระยะเวลา ๒ ปีติดต่อกัน
และที่มิอาจลืมได้ก็คือต้องขอบพระคุณคณะทำงานที่แสนดีทุกท่านที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานต่างๆให้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มภาคภูมิและสมศักดิ์ศรีของความเป็นไทยอย่างแท้จริง
ความดีจากผลงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไข้หรือส่วนรวมทั้งหมดในครั้งนี้กระผมขออุทิศให้กับ
คุณแม่ผู้ล่วงลับไปแล้ว,ครูบาอาจารย์,ผู้มีพระคุณและทุก ๆ ท่านที่มีจิตสำนึกที่จะกระทำความดีต่อประเทศชาติด้วยเทอญ

นายแพทย์เชี่ยวชาญ
วิริยะลัพภะ
ความเห็นของผู้บังคับบัญชา
ความเห็นประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย

ความเห็นของท่านประธานชมรมต้อกระจกแผลเล็ก
อาจารย์นายแพทย์
นิสิต ลีละวงศ์
Small Incision Cataract surgery (การผ่าตัดต้อกระจกแผลเล็ก)
ด้วยวิธีแบ่งแกน ของแก้วตา (lens nucleus)ด้วยมือและเครื่องมือง่าย
ๆ ออกเป็น 2 ส่วนหรือมากกว่า ก่อนนำออกผ่านแผลที่เล็กลง ที่เรียกManual
Phacofragmentalion หรือ ย่อว่า MPF นั้น เป็นการผ่าตัดที่ยอมรับกันแล้วทั่วโลกในปัจจุบันว่าได้ผลดี
แม้จะด้อยกว่า Phacoemulsification อยู่บ้างแต่เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายความปลอดภัย
ความสะดวกสบายในการใช้สอยและผลที่ได้ (Appropriate technology
)แล้ว นับว่าเหมาะกับประเทศกำลัง พัฒนาที่สุด จึงเป็นที่สนใจกันทั่วโลกในขณะนี้ปัญหาต้อกระจกตกค้าง
(Backlog) ในประเทศไทยนั้น ถูกสะสมมาตั้งแต่ปี 2537 และจะไม่สามารถแก้ไขได้เลย
ถ้ายังดำเนินการไม่ตรงจุด ไม่ตรงสาเหตุ เป็นต้น
1. การกระจายตัวของจักษุแพทย์ โดยเฉพาะที่ประจำตามโรงพยาบาลจังหวัดที่จะผ่าตัดช่วยเหลือประชาชน
โดยเฉพาะผู้ยากไร้มีน้อยมาก มีหลายจังหวัดที่มีประชากรเกิน 1
ล้านคน แต่มีจักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลจังหวัดเพียง 1-2 ท่านเช่น
จังหวัดเชียงราย เพชรบูรณ์ ศรีสะเกษ เป็นต้น ประชากรของจังหวัดศรีสะเกษ
1 ล้าน 4 แสน 5 หมื่นคน มีจักษุแพทย์ เพียง 1 ท่าน หรือ 1:1.45
ล้าน แต่ในกรุงเทพฯ มีจักษุแพทย์ประมาณ400 ท่าน หรือ 1:25,000
คน จักษุแพทย์ศรีสะเกษ 1 ท่านต้องรับผิดชอบประชากรมากกว่ากรุงเทพฯ
58 เท่า
2. ทุก ๆ ปี จะมีคนตาบอดจากต้อกระจก (บอดทั้ง
2 ตา) เกิดใหม่ (New cases) 1 รายต่อประชากรทุก 1,000 คนดังนั้นจังหวัดเหล่านี้จะมีต้อกระจกตาค้างสะสมกันไปทุกปี
เช่น
| จังหวัด |
ประชากร
ปี 2546 |
จักษุแพทย์ประจำ
รพ.ประจำจังหวัด |
การผ่าตัดต้อกระจกในปี
2546 |
เหลือตกค้างเฉพาะในปี
2546 |
| เชียงราย |
1.2 ล้าน |
2 ท่าน |
700 |
(Backlog) +500 คน |
| ศรีสะเกษ |
1.45 ล้าน |
1 ท่าน |
500 |
(Backlog) +950 คน |
| เพชรบูรณ์ |
1.1 ล้าน |
2 ท่าน |
600 |
(Backlog) +500 คน |
3. ผู้ป่วยที่ตกค้าง ส่วนใหญ่เป็นคนไข้ยากจนที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกล
ประสพปัญหามากในการจะเข้าโรงพยาบาลรับการผ่าตัดเมื่อประเทศไทยยังมีปัญหาแก้ยากอยู่เช่นนี้
การพัฒนาวิธีการ ผ่าตัดให้ง่าย เหมาะสม มีราคาถูก และทำได้เร็ว
ที่นายแพทย์เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ และคณะ ได้คิดค้น และเผยแพร่แก่บรรดาจักษุแพทย์ของประเทศและต่างประเทศ
จึงเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมและภาคภูมิยิ่ง ในนามชมรม MPF ประเทศไทยจึงขอสนับสนุนและขอแสดงความยินดีที่คุณหมอได้รับการเสนอ
ชื่ออีกครั้งหนึ่ง
นิสิต
ลีละะวงศ์
( ประธานชมรม )
ความเห็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า
นายแพทย์เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ นายแพทย์ 9 หัวหน้ากลุ่มงานจักษุวิทยาโรงพยาบาลพระปกเกล้า
จันทบุรี เป็นผู้คิดค้นด้านเทคนิคการผ่าตัดต้อกระจกวิธีใหม่
ซึ่งเรียกว่า Manual Phaco Fragmentationทดแทนการผ่าตัดโดยวิธี
Phacoemulsificationซึ่งต้องใช้เครื่องมือของต่างประเทศ ที่มีราคาแพงและ
มีค่าใช้จ่ายในการทำผ่าตัดแต่ละรายสูงกว่ามาก การผ่าตัดโดยวิธี
Manual Phaco Fragmentation นี้ได้ผลดีเช่นเดียวกับวิธีPhacoemulsification
แต่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากและ สามารถเรียนรู้ได้ไม่ยาก นายแพทย์เชี่ยวชาญ
ได้ถ่ายทอดความรู้นี้ให้กับจักษุแพทย์ที่ร่วมงาน ในโรงพยาบาล
และได้นำเนอผลงานวิธีผ่าตัดนี้ในที่ประชุมวิชาการจักษุวิทยาระดับประเทศ
และระดับนานาชาติด้วย ปัจจุบัน มีจักษุแพทย์ไทยและต่างประเทศที่สนใจมาศึกษาดูงานผ่าตัด
วิธีนี้ เป็น นายแพทย์ เชี่ยวชาญ ยังเป็นผู้มีส่วนร่วมในการก่อตั้ง
ชมรมผ่าตัดต่อกระจกแผลเล็ก ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย ในการพัฒนาวิธีการผ่าตัดต้อกระจกให้ได้ผลดี
และประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่ ต้องเสียเงินตราให้ต่างประเทศ นับเป็นผลงานที่มีประโยชน์
ต่อวงการแพทย์ไทย และเศรษฐกิจ ของประเทศไทยเป็นอย่างดีมากขอแสดงความชื่นชมยินดี
ที่นายแพทย์เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ ได้รับการเสนอชื่อเพื่อพิจารณา
เข้ารับรางวัล Mahidol University B-Braun อันมีเกียรติยศ
และทรงคุณค่านี้

นายแพทย์ดาวฤกษ์
สินธุวณิชย์
(
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี)
ความเห็นของท่านศาสตราจารย์นายแพทย์ สุรพงษ์ ดวงรัตน์

ความเห็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลฉะเชิงเทรา

โครงการรณรงค์ให้จักษุแพทย์ไทยผ่าตัดต้อกระจก
โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม(Appropriate
technology)
ชื่อโครงการ
โครงการรณรงค์ให้จักษุแพทย์ไทยผ่าตัดต้อกระจกโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
(Appropriate technology)
เจ้าของโครงการ
นายแพทย์ เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ และ คณะ ชมรมต้อกระจกแผลเล็ก(MPF
THAILAND)
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
วัตถุประสงค์
3.1 เพื่อลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศโดยไม่จำเป็น
3.2 เพื่อสนับสนุนให้จักษุแพทย์ พยายามคิดค้นวิธีรักษาและผ่าตัดต้อกระจก
โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม(Appropriate
technology)กล่าวคือเป็นวิธีที่สะดวก,
ประหยัด,ปลอดภัย,และถูกต้องตามหลักวิชาแพทย์และ
วิทยาศาสตร์
3.3 เพื่อเป็นทางเลือกวิธีการผ่าตัดต้อกระจกให้แก่จักษุแพทย์และให้เหมาะสมกับ
ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เช่นการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อผ่าตัดต้อกระจก
ในผู้ป่วยที่อยู่ห่างใกลในชนทบทคราวละจำนวนมาก
ๆ ในระยะเวลาจำกัด
3.4เพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาของบูรพาจารย์ไม่ให้ถูกกลืนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
และตกเป็นทาสทางเทคโนโลยีของประเทศตะวันตก
4.หลักการและเหตุผล
4.1การผ่าตัดต้อกระจกที่ได้มาตรฐานในประเทศไทย
คือ ECCE+IOL(Extra-Capsular
Cataract Extraction and Intra-Ocular Lens Implantation)ได้กระทำแพร่หลายตั้งแต่ปี
พ.ศ.2527เพราะง่ายและประหยัด(ดูเอกสารประกอบหมายเลข1)
พ.ศ.2530 จักษุแพทย์ ต่างประเทศได้เข้ามาแสดงการผ่าตัดวิธี Phaco+IOLPhaco-emulsification
and Intra-Ocalar Lens Implantatiion) ที่ รพ.สงฆ์ หลังจากนั้นจักษุแพทย์ไทยได้พัฒนาวิธีการ
ผ่าตัดนี้ร่วมกับ นักธุรกิจผู้ประกอบการ ค้าขายเครื่องมือเหล่านี้จนทำให้วิธีผ่าตัด
Phaco+IOLเป็นที่แพร่หลาย ทั่วไปในหมู่ จักษุแพทย์ไทย เป็นความจริงที่ว่า
การผ่าตัดต้อกระจกด้วยวิธี Phaco+IOLจะมีข้อได้ เปรียบมากกว่า
ECCE+IOL (ดูเอกสารประกอบหมายเลข2)
แต่ข้อด้อยกว่า ก็คือ เครื่องมือต้องนำเข้า จากต่างประเทศราคาแพง
ต้องใช้งบประมาณในการดูแลปรับปรุงซ่อมแซมอยู่เสมอ โดยเฉพาะหัว
Ultrasound,น้ำยาและอุปกรณ์ ต้องนำเข้า ากต่างประเทศ ในประเทศไทยมีการผ่าตัดต้อกระจกปีละ
ประมาณ83,000ราย หากพิจารณาต้นทุนในการทำผ่าตัดโดยละเอียด ซึ่งภาควิชาจักษุวิทยาคณะ
แพทย์ศาสตร์ม หาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งได้ทำการคำนวณจากผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดต้อกระจก
ซึ่งประกาศใช้เมื่อ วันที่ 27 พฤศจิกายน จะเห็นว่านอกจากจะต้องสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศ
ปีละประมาณ 141.1 ล้านบาทแล้ว การผ่าตัดพ.ศ.2545 พบว่าต้นทุนในการผ่าตัด
ECCE(ไม่รวม IOL) รายละประมาณ 3,200 บาทและต้นทุนในการผ่าตัด
Phaco(ไม่รวม IOL)รายละประมาณ 4,900 บาท ซึ่งสูงกว่า ECCE รายละประมาณ
1,700 บาท(ในภาคเอกชน คิดค่าใช้จ่ายเครื่องรายละ 5,000 บาท)
ต้อกระจกในประเทศไทยต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติของพ่อค้าต่างชาติ
ภูมิปัญญาและเกียรติภูมิของ คณาจารย์ และจักษุแพทย์ไทยก็จะสูญหายไปหมดด้วย
4.2. Appropriate technology
โดยตระหนักถึงความสูญเสียอันใหญ่หลวงซึ่งจะต้องเสียตลอดไป
หากไม่กอบกู้สถานการณ์กลับ
มาได้ จักษุแพทย์ไทยกลุ่มหนึ่งจึงได้รวมกลุ่มกันเมื่อ พ.ศ.2538
โดยตั้งชื่อว่า "กลุ่มพัฒนาจักษุ
เทคโนโลยีแนวใหม่" มี น.พ.ชัยเยนทร์ รัตนวิจารณ์ เป็นประ
ธานกลุ่ม (ดูเอกสารประกอบหมายเลข3)
และมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมและพัฒนาการ ผ่าตัดต้อกระจก ผ่านแผลขนาดเล็ก
ในหลักการของ
Appropriate technology กล่าวคือเป็นวิธีง่ายๆ ที่จักษุแพทย์ทุกคนสามารถทำได้
ราคาประหยัด
มีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยสูง ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์สุดท้ายได้เปลี่ยนชื่อเป็น
"ชมรมต้อกระจกแผลเล็ก(MPF THAILAND)" สังกัดราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
5.ขั้นตอนการดำเนินงาน
5.1 การทำงานที่ต่อเนื่อง 4 ระยะ
ระยะแรก เป็นการรวบรวมจักษุแพทย์ไทยที่มีความสามารถและเป็นนักคิดค้นเพื่อหาวิธีเหมาะสม
ระยะที่2 เป็นการพัฒนางานที่คณาจารย์แต่ละคนทำอยู่ให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงยิ่งขึ้น
ระยะที่3 เป็นการถ่ายทอดความคิดและความเชื่อว่าคนไทยสามารถทำได้ไม่แพ้ต่างชาติแต่ประหยัดกว่า
ไปสู่หมู่จักษุแพทย์ไทยระยะที่4 เป็นการฝึกอบรมให้แก่แพทย์และแพทย์ประจำบ้าน
งานที่ทำ
ทั้งหมดประกอบด้วยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ,การจัด Symposium
ในงานประชุมวิชาการ
ของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยการจัดการสอน-การผ่าตัดแบบตัวต่อตัว
เขียนบทความ
วิชาการลงตีพิมพ์ในวารสารต่างๆและจัดฝึกอบรมแบบตัวต่อตัว ที่
รพ.ประปกเกล้า จันทบุรี
(ไฟล์Power point 6)นอกจากนี้ชมรมกระจกแผลเล็ก(MPF
THAILAND)ยังได้รับเกียรติ
จากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ให้นำคณาจารย์ของชมรมเป็นวิทยากร
เข้าร่วมจัดการประชุมThe 19th Congress of Asia- Pacific Academy
of Ophthalmology
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน -3 ธันวาคม พ.ศ 2546.ที่ศูนย์ประชุม
แห่งชาติสิริกิติ์โดย
"ชมรมต้อกระจกแผลเล็ก(MPF THAILAND)" ได้รับผิดชอบเรื่อง
การจัด Symposium และ
Instruction course ให้แก่จักษุแพทย์ต่างชาติในหัวข้อ Manual
Phaco-Fragmentation(MPF)
5.2 สถานการณ์ปัจจุบันของ MPF THAILAND
การผ่าตัดต้อกระจกโดยใช้ Appropriate technology ภายใต้การชี้นำและ
การฝึกอบรมของ
"ชมรมต้อกระจกแผลเล็ก(MPF THAILAND)"ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่ง
ประเทศไทย
อยู่ในระยะที่ 4 ข้างต้น ได้ทำกิจกรรมตามเอกสารประกอบหมายเลข
4,หมายเลข 5,หมายเลข
6
และไฟล์ Power point 6 จักษุแพทย์ไทยและต่างประเทศสามารถผ่าตัด
MPFได้ควบคู่ไปกับ
การผ่าตัด Phaco และ ECCE
คณะทำงานซึ่งทำการผ่าตัดกระจกด้วยวิธี MPF เป็นอาชีพ,เป็นงาน
หลักและเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่
1 นพ.นิสิต
ลีละวงศ์
ประธานชมรม
2 รศ.นพ.ชัยเยนทร์
รัตนวิจารณ์ ร.พ.แพทย์สุขุมวิท
3 นพ.พิทักษ์
กิจเจริญ
รพ.ตาเซ็นต์ปีเตอร์จ.เชียงใหม่
4 นพ.เชี่ยวชาญ
วิริยะลัพภะ
รพ.พระปกเกล้า
จันทบุรี
5 นพ.ภัทรชัย
พุทธวิบูลย์
คลินิกโรคตาหาดใหญ่
6 นพ.อัมพร
จงเสรีจิตต์
รพ.เมตตาประชารักษ์(วัดไรขิง)
7 นพ.สุรชัย
อมรานันทกิจ
รพ.ฉะเชิงเทรา
8 นพ.พิพัฒน์
คงทรัพย์
รพ.พระปกเกล้า
จันทบุรี
9 นพ.สุรศักดิ์
อุดมกิจเดชา
รพ.ปราจีนบุรี
10 นพ.สมพงษ์
ภาสอาจ
รพ.อ่างทอง
11 นพ.วีรพันธ์
ธนาประชุม
รพ.คริสเตียนมโนรมย์
จ.ชัยนาท
นอกจากนี้ยังมีจักษุแพทย์ที่รับการฝึกอบรมไปทำ MPF ในต่างจังหวัด
ซึ่งไม่สามารถรวบรวมได้
6.ประโยชน์ที่จะได้รับ
คณะทำงานของ"ชมรมต้อกระจกแผลเล็ก(MPF
THAILAND)"คาดหวังว่า
1. หากการ ผ่าตัด MPF มีสัดส่วน3ใน4 ของการผ่าตัดกระจกของประเทศไทย
คือ ราว ประมาณปีละ
62,250 ราย จะสามารถลดต้นทุนการผ่าตัดต้อกระจกลงได้ปีละ 105.8
ล้านบาท
2.ประเทศไทยจะต้องเป็นทาสทางเทคโนโลยีตลอดไป ภายใน 20 ปี จะต้องสูญเสียเงิน
ออกนอกประเทศประมาณ 2,116.5 ล้านบาท
3.ในทางกลับกัน MPF เป็นศูนย์อนุรักษ์ภูมิปัญญาของบูรพาจารย์และจักษุแพทย์ไทยผู้ที่เป็นนักประดิษฐ์
คิดค้นอันจะนำไปสู่การพัฒนาด้านอื่นอยู่ตลอดเพื่อป้องกันการตกเป็นเมืองขึ้นทางเศรษฐกิจของประเทศ
ตะวันตก
MPF เป็นการผ่าตัดที่ใช้เครื่องมือง่าย ๆ ราคาถูกได้ผลใกล้เคียงกับ
Phaco แต่สามารถ Autoclave
เครื่องมือได้ทุกรายที่ผ่าตัดซึ่งในการผ่าตัดวันละหลาย ๆ ราย
ถ้าจะ Autoclave phaco hand piece
ทุกรายย่อมทำไม่ได้ ทำให้มั่นใจได้แน่นอนว่า การทำความสะอาดเครื่องมือผ่าตัดนั้น
MPF น่าจะ
ทำได้ดีกว่า
เอกสารประกอบหมายเลข1
Extra-Capsular Cataract Extraction(ECCE)
เป็นคำศัพท์ที่จักษุแพทย์ทั่วโลกใช้และยอมรับว่าเป็นการผ่าตัดมาตรฐานของการรักษาโรคต้อกระจก
วิธีการผ่าตัดคือ การเปิดแผลที่ขอบตาดำ(Limbus)ประมาณ 10 มม.
ตัดเปลือกด้านหน้าของ
ต้อกระจก(Anterior lenscapsule)ออก,เอาแกนใน(Nucleous)ออก,ล้างเศษเลนส์(cortex)
จนสะอาดแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียม(Intra-ocular lens)เย็บแผลปิดประมาณ
5-10 เข็ม
(Stitches) ใช้เครื่องมือง่ายๆ เพียงไม่กี่ชิ้น ราคาประหยัด
สามารถทำความสะอาดเครื่องมือ
ด้วยวิธี Autoclave ได้ทุกรายที่ทำการผ่าตัด
Phaco-emulsificaition(Phaco)
เป็นเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ผลิตจากประเทศยุโรบและสหรัฐอเมริกาเป็นส่วน
ใหญ่
ประกอบด้วยตัวเครื่อง(Machine) ซึ่งมีเครื่องดูด(Vacuum pump)และหัวผลิตคลื่นเสียงความถี่สูง
(Ultrasonic hand piece)ระบบควบคุมพลังงานและแรงดูดด้วยMicro-processor
ใช้สวิทซ์ที่เท้า
(Foot switch)ควบคุมขั้นตอนการผ่าตัด
วิธีผ่าตัดก็เจาะแผลขนาดเล็กประมาณ 2.5-3.5 มม. ที่ขอบตาดำแล้วตัดเปลือกเลนส์ด้านหน้าออก
ใช้ คลื่นเสียงทำให้เกิดความร้อนจาก Ultrasonic hand piece ทำให้เลนส์หรือต้อกระจกเหลว
(Emulsification)แล้วดูดออก ทำความสะอาดเศษเลนส์จนหมดแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียม
หากใช้
เลนส์ชนิดนิ่ม(ราคาสูง)ก็ไม่ต้องขยายแผลและไม่ต้องเย็บแผล หากใช้เลนส์ชนิดแข็ง
ก็ต้องขยาย
แผลเป็น 5.0-5.5 มม.และอาจจะเย็บแผล 1 เข็ม
เอกสารประกอบหมายเลข2
ECCE
VS PHACO
ข้อดี |
ข้อเสีย |
ECCE |
ประหยัด,ต้นทุนต่ำ,ทำได้ทุกแห่งแม้ในถิ่นทุรกันดาร
โรคแทรกซ้อนขณะทำการผ่าตัดผิดพลาดจะไม่รุนแรง
Autoclave
เครื่องมือได้ทุกรายที่ผ่าตัด |
ต้องเย็บแผล,โอกาสแผลแยกตัว(Wound
dehiscent)มีมากกว่า
สายตาเอียง(Astigmatism)มีมากหาก
ไม่ ประณีตในการเย็บแผล
การดูแลหลังผ่าตัดและการฟื้นตัวนานกว่า
|
PHACO
|
ไม่ต้องเย็บแผล,แผลเล็กโอกาสแยกตัวน้อย
สายตาเอียงน้อย
การมองเห็นชัดได้เร็ว
การดูแลหลังผ่าตัดและการฟื้นตัวเร็วกว่า
|
เครื่องมือต้องนำเข้าจากต่างประเทศราคาประมาณเครื่องละ
500,000 ถึง 2,000,000 บาท
ต้องการการซ่อมบำรุง
โดยเฉพาะ Ultrasonic hand pieceหากหมดอายุ ต้องเปลี่ยนชิ้นละประมาณ
100,000 บาท
หากผ่าตัดวันละมากรายจำนวน
Hand piece ไม่พอก็ sterile ไม่ได้เต็มที่
หากผิดพลาดขณะผ่าตัดจะเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง
เสียค่าใช้จ่ายสูงในการผ่าตัดแก้ไข
|
Manual Phaco-fragmentation(MPF) คือ การผ่าตัดต้อกระจกที่แผลผ่าตัดเล็กใกล้เคียงกับ
Phaco
แต่ประหยัดแบบ ECCE ซึ่งได้นำเอาข้อดีของ ECCE และ PHACO มารวมกัน
พร้อมทั้งขจัด
เอาข้อเสียของทั้งสองวิธีนี้ให้ลดลงไปด้วยในขณะเดียวกัน
เอกสารประกอบหมายเลข
3
ประวัติ
ชมรมต้อกระจกแผลเล็ก
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
Manual
phacofragmentation group (M.P.F.Thai
ในการประชุมราชวิทยาลัยจักษุแห่งประเทศไทย
และ สมาคมจักษุแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิติ้จอมเทียน
พัทยา ชลบุรีระหว่างวันที่ 12-15 กรกฎาคม 2538 มีแพทย์กลุ่มหนึ่งตั้งข้อสังเกตุว่า
สาระของการประชุมครั้งนั้นทั้งในเวลา และ พิเศษนอกเวลา ล้วนเน้นในเรื่องPhacoemulsification
จนคล้ายจะมีความ พยายามเปลี่ยนแปลงวิธีการผ่า
ตัดต้อกระจกทั้งหมดของประเทศไปเป็นการทำ Phaco ทั้งหมดซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก
เพราะเรายังมีคนจน และผู้มีรายได้น้อยอยู่กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ
ซึ่งแม้การผ่าตัดต้อกระจกและ ฝังแก้วตาเทียมแบบธรรมดา ราคาถูก
ก็ยังไม่สามารถตามพิชิตให้หมดไปได้จึงได้รวมตัวกันตั้งเป็น
กลุ่มพัฒนาจักษุเทคโนโลยีแนวใหม่ มี นพ.ชัยเยนทร์ รัตนวิจารณ์
เป็นประธานกลุ่ม และมีวัตถุ
ประสงค์ที่จะส่งเสริม และ พัฒนาการผ่าตัดต้อกระจกผ่านแผลขนาดเล็ก
ในหลักการของ AppropriateTechnology กล่าวคือ เป็นวิธีการง่าย
ๆ ที่จักษุแพทย์ทุกคนสามารถทำได้ ราคาประหยัดซึ่งผู้รับบริการสามารถจ่ายค่ารักษาได้โดยไม่เดือดร้อน
มีประสิทธิภาพ
และ ความปลอดภัยสูง ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ย่อมไม่ได้รับการ
สนับสนุนจากนักการค้าที่ขายเครื่องมือและ อุปกรณ์ รวมทั้งนักวิชาการในมหาวิทยาลัยที่
ต้องการเป็นเอกจากการเกาะติดกระแสของการพัฒนาทางเทคโนโลยีการจัดประชุม
: กลุ่มจึง
ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งแรกณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์
ในวันอังคาร ที่ 21และ พุธที่ 22 พฤศจิกายน 2538 ในหัวข้อเรื่อง
Small incision for
Phacofragmentation without Phacoemulsification Machineโดยมีวิทยากร
อาทิ
อาจารย์ชัยเยนทร์ รัตนวิจารณ์ นพ. พิทักษ์ กิจเจริญ,น.พ.เชี่ยวชาญ
วิริยะลัพภะ และ อื่น ๆ
มีการผ่าตัด และ ถ่ายทอดสดลงมาจากห้องผ่าตัด ร่วมกับการบรรยาย
การซักถาม การนำ
เครื่องมือเครื่องใช้มาแสดง เป็นที่สนใจสำหรับผู้มาร่วมการประชุมในครั้งนั้นเป็นอย่างมาก
ในการประชุมกลุ่มหลังเสร็จการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีข้อสรุป
คือ
1. Anterior Chamber Maintainer (ACM)
(เอกสารหมายเลข 11)มีความสำคัญมากใน
การควบคุมความดันภายในลูกขณะผ่าตัด และมีการประดิษฐ์เครื่องปรับระดับน้ำเกลือ
ให้สูงต่ำด้วยสวิตช์ที่เท้าจนสามารถควบคุมความดันภายในลูกได้ตาได้
2. โดยที่คนไทยส่วนใหญ่มักมี Lens nucleus แข็ง และ ใหญ่ การทำแบบ
Mini Nuc มักมี
ปัญหาต้องขยายแผลบ่อย ๆ จึงไม่ใช่ Small incision อย่างที่พูด
3. การทำ Phacofragmentation เครื่องมือที่ใช้ใน Anterior chamber
ควรเป็นชิ้นเล็ก ๆ และ
ใช้น้อยชิ้นที่สุด แม้กระนั้นก็อาจจะมีโรคแทรกซ้อนได้ จึงควรใช้
Viscoelastic ช่วย โดย
เฉพาะวิธีของ นพ.พิทักษ์ใช้ Viscoelastic ตัวที่เหนียวที่สุด
4. อย่างไรก็ตาม Phacofragmentation ช่วยให้แผลเล็กลงมาก จึงดูเหมาะสมกว่าวิธีอื่น
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 : ใช้หัวข้อเรื่องคือ
Small incision Phacofragmentation
Technologies Alternative to Phacoemulsification ในวันอังคาร
- พุธ ที่ 23-24 กรกฎาคม2539 ณ โรงพยาบาลสงฆ์มีผู้สนใจเข้าร่วมประชุมมากขึ้นและ
ในการประชุมครั้งนี้ มีเรื่องที่ควรบันทึกคือ
1.มีผู้เสนอให้เปลี่ยนชื่อของกลุ่มเป็น Small incision Cataract
Surgery without
Phacoemulcification
2.มีแพทย์ที่เข้าร่วมประชุม และ ปฏิบัติการครั้งที่ 1 และ สนใจวิธีของ
นพ.พิทักษ์ จึงนำ
ไปฝึกฝนจนสามารถทำได้ดี และ มาช่วยเป็นวิทยากรในครั้งนี้ด้วย
คือ นพ.สุรชัย อมรานันทกิจ
จาก ร.พ.ฉะเชิงเทราถือเป็นนักเรียนท่านแรกที่ประสบผลสำเร็จในการใช้วิชาผ่าตัดต้อกระจก
แผลเล็กนี้
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 3 : คงจัดขึ้นที่โรงพยาบาลสงฆ์
ระหว่างวันที่ 25-26 พฤศจิกายน
2539โดยวันแรกเป็นการสาธิต และ บรรยายโดยกลุ่มวิทยากรของชมรม
วันที่ 26 พฤศจิกายน
ได้จัดให้เป็นโปรแกรมของ Professor Blumenthal แต่เกิดติดธุระกะทันหันจึงของดไป
อย่างไรก็
ตามเราก็คงดำเนิน การประชุมต่อโดยดูคนไข้ที่ผ่าไว้แล้ว และ Discussion
ร่วมกันซึ่งก็ได้รับความ
สนใจมากพอควร อนึ่ง นพ.สุรชัย อมรานันทกิจได้นำพยาบาลช่วยผ่าตัดมาเสนอความเห็นต่อที่
ประชุมว่า การผ่าตัดด้วย Technique นพ.พิทักษ์ที่ นพ.สุรชัยนำไปใช้นั้นรู้สึกว่าง่าย
ทำได้เร็วมาก
และ คนไข้ชื่นชม เพราะมี Recovery เร็ว และ ที่ขอสนับสนุนมากเป็นพิเศษ
คือ เมื่อจะมีผ่าตัด
น้อยคน เป็นต้น 1-2 ราย ควรทำวิธีนี้ เพราะไม่ต้องใช้ เครื่อง
Phaco ที่ยุ่งยาก และ เมื่อเสร็จ
ต้องล้างเก็บเครื่อง Phaco จะต้องเสียเวลานานมากเกือบ 1 ชั่วโมง
การก่อตั้งชมรม : ในการประชุมใหญ่ของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 ณ อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี ได้มีการประชุมกลุ่มต้อกระจกแผลเล็กขึ้นในตอนหลังอาหารกลางวันและที่ประชุมเห็นสมควรประชุมต่อ
และ ทานอาหารเย็นร่วมกันที่ห้องอาหารโรงแรมเอวัน ซอยศูนย์วิจัย
ถนนเพชรบุรี มีผู้เข้าร่วมประชุม 22ท่าน และ ที่ประชุมมีมติดังนี้
1.ให้ตั้ง ชมรมการผ่าตัดต้อกระจกแผลเล็กด้วยวิธีธรรมดา ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า
Small incision
in Manual Cataract Surgery โดยมี นพ.นิสิต ลีละวงศ์ เป็นประธาน
และ นพ.ภัทรชัย พุทธวิบูลย์
เป็น เลขานุการ
2.ชมรมมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
2.1 เห็นสมควร ให้การผ่าตัดต้อกระจกแผลเล็กนี้ เป็นทางเลือก
ของการผ่าตัดต้อกระจก และ
ใส่เลนส์แก้วตาเทียมโดยตั้งใจและขณะเมื่อทำการผ่าตัด Phacoemulsification
อยู่แล้วเกิดปัญหา
ที่ต้องแก้ไข
2.2 ค้นคว้า และ หาวิธีการที่ดียิ่งขึ้น ,ง่าย และ เหมาะสม รวมทั้งปลอดภัย
ทั้งนี้โดยพยายามหลีกเลี่ยงการ
ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง
2.3ทำการค้นคว้าวิจัย เพื่อหาข้อมูลทางวิชาการ (Scientifical
Sound) ควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่
ที่ยอมรับ (ต้องให้มี Data ที่ดี และ ถูกต้อง)
2.4 ค้นหาเทคโนโลยีที่เหมาะสม ( Appropriate Technology) ร่วมไปด้วยเสมอ
2.5 เผยแพร่ แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิก จักษุแพทย์ และ
แพทย์ประจำบ้านผู้สนใจ รวมทั้งมีการ
แบ่งปันเครื่องมือ เครื่องใช้ ประดิษฐ์เองแก่กันและกันและหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่
3 เมื่อ
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2540แล้วมีประชุมสรุปผลมีผู้เสนอขอเปลี่ยน
ชื่อภาษาอังกฤษให้เป็นไปตามสากลนิยม
(และตรงกับหลักการของพวกเราที่ส่วนใหญ่หันมานิยมการตัด Lens
เป็นชิ้นก่อนเอาออก)คือ
Manual-Phaco-Fragmentation (M.P.F) และ ตัดชื่อภาษาไทยให้สั้น
และ เรียบง่ายขึ้นเป็น
ชมรมต้อกระจกแผลเล็กที่ประชุมเห็นชอบให้เปลี่ยนได้หลังจากประชุมที่โรงแรมเอวันแล้ว
ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพัฒนาเทคนิค และ วิธีการของตนเอง โดย นพ.เชี่ยวชาญ
วิริยะลัพภะ
พัฒนาวิธีModified Blumenthal จนทำเป็น routine ทั้งในโรงพยาบาลของรัฐ
และ เอกชนพร้อมกับ
มี นพ.พิพัฒน์ คงทรัพย์ มาร่วมงานด้วย นพ.สุรชัย อมรานันทกิจก็พัฒนาวิธีของ
นพ.พิทักษ์ กิจเจริญ
ต่อไป ส่วน นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ ซึ่งคิดค้นวิธี Phaco-drainage(video)
ก็พัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง
เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2542ชมรมฯได้จัดประชุมที่ รพ.สงฆ์ ในวาระครบรอบ
4 ปี ของการก่อตั้งชมรม
MPF THAILANDโดยมีการนำเสนอผลที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพัฒนาและ รวบรวม
caseมาเสนอ
โดยมีวิทยากร 4 ท่าน คือ
1. นพ.เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ เสนอผลการทำ Modified Blumenthal
technique
2. นพ.สุรชัย อมรานันทกิจ เสนอผลการทำ Nucleus bisection (แบบ
นพ.พิทักษ์)
3. นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ เสนอพัฒนาการของ Phaco-drainage
4. นพ.ภัทรชัย พุทธวิบูลย์ เสนอผลการทำ Mini-Nuc ใน Private
practice 4 ปี
เสร็จจากที่ประชุม นพ.รุ่งโรจน์ เลิศวิทยาสกุล จากภาควิชาจักษุวิทยา
รพ.รามาธิบดี ขอความ
ช่วยเหลือจาก รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี เพื่อส่ง Resident
ไป Elective training สำหรับ MPF
จากนั้นอีกไม่นาน รพ.พระปกเกล้า จันทบุรีก็รับ trainingวิชา
MPF จากโรงเรียนแพทย์ และ
จากโรงพยาบาลในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องมาตลอดเป็นที่สังเกตว่า
เทคนิคของ นพ.พิทักษ์นั้น
นพ.สุรชัย ได้พัฒนาจนสามารถทำเป็น Routine ได้ แต่ยังไม่ สามารถ
train ได้ เพราะ รพ.ฉะเชิงเทรา
ยังขาด side-tube ของกล้องจุลทรรศน์ เมื่อถึงคราวจะ train ก็ต้องใช้สถานที่
ของรพ.พระปกเกล้า
จันทบุรี เดือนกรกฎาคม 2543 ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยจัดประชุมวิชาการกลางปี
ที่โรงแรมเดอะรีเจนท์ ชะอำ ในการประชุม วิชาการคราวนี้ นพ.เชี่ยวชาญ
วิริยะลัพภะ ได้เสนอ
เทคนิค MPF ใหม่ โดยใช้ Phaco-Prechop
(video)ในการทำ MPF
นอกจากนี้ นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ ก็ได้เสนอเทคนิคการผ่าตัด และ
ผลในการทำ Phaco-drainage ลงใน
วารสาร Ocular Surgery News
ฉบับที่ 11/15/00 นับเป็นความภาคภูมิใจของจักษุแพทย์ และ ชมรม
MPF อีกครั้งหนึ่ง จนมีจักษุแพทย์
ต่างประเทศขอมาฝึกอบรมกับ นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์
เนื่องจากราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เเป็นเจ้าภาพจัดงาน
APAO ครั้งที่ 19 ใน
วันที 28 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคมพ.ศ.2546 ที่ผ่านมานี้ ชมรม MPF
THAILAND ได้รับเกียรติ
ให้ร่วมมือกับราชวิทยาลัย ช่วยกันจัดการประชุมครั้งนี้ จึงมีการ
รวมพล ของชมรม MPF THAILAND
กันในวันที่ 27 กรกฎาคม 2543 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ได้กรรมการ ชุดใหม่ ดังนี้
1. นพ.นิสิต ลีละวงศ์ เป็นประธาน
2. นพ.ชัยเยนทร์ รัตนวิจารณ์ กรรมการ
3. นพ.พิทักษ์ กิจเจริญ กรรมการ
4. นพ.เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ กรรมการ
5. นพ.สุรชัย อมรานันทกิจ กรรมการ
6. นพ.สุรศักดิ์ อุดมกิจเดชา กรรมการ
7. นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ กรรมการ
8. นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ กรรมการ
9. นพ. สมพงษ์ ภาสอาจ กรรมการ
10. นพ.วีรพันธ์ ธนาประทุม กรรมการ
11. นพ.ภัทรชัย พุทธวิบูลย์ กรรมการ
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ชมรมฯ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ
เรื่อง ประชุมเชิงปฏิบัติการ
การผ่าตัดต้อกระจกแบบแผลเล็ก" ที่โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์
(วัดไร่ขิง)ประกอบด้วย
Live Surgery โดยคณาจารย์ของชมรมฯ, Panel discussion และ Wet
lab มีสมาชิกของ
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุมประมาณ 40
คน
นอกจากนี้ ชมรมฯ ได้จัดตัวแทนคือ นพ.เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ เข้าเป็นคณะกรรมการ
จัดประชุมนานาชาติ APAO ครั้งที่ 19 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
วันที่
28 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม พ.ศ.2546 ชมรม MPF ได้รับผิดชอบการจัด
Symposium
เรื่อง MPF มีอาจารย์นายแพทย์ชัยเยนทร์ เป็น Moderator ส่วน
Speaker ชาวต่างประเทศ
คือ Dr.Sanduk Ruit MD.จากประเทศเนปาล ส่วน Speakers ชาวไทยคือ
นพ.พิทักษ์ กิจเจริญ
,นพ.เชี่ยวชาญ วิริยะลัพภะ และนพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ สำหรับ Instruction
course เรื่อง MPF
นั้น คณาจารย์แนวหน้าของชมรมจะเป็นวิทยากร ส่วนคณาจารย์ท่านอื่นจะช่วยอำนวยความสะดวก
ประวัติส่วนตัว

ประวัติการศึกษา
ฝึกอบรมและดูงาน
ระยะเวลา
ปีพ.ศ. สถานศึกษา วุฒิที่ได้รับ |
2500-2506 ร.ร.อำนวยวิทย์
อ.เมือง จ.จันทบุรี
ประกาศนียบัตรประถมศึกษาปีที่4
2506-2507 ร.ร.ลาซาล อ.เมือง
จ.จันทบุรี
ประกาศนียบัตรประถมศึกษาปีที่7
2507-2510 ร.ร.อัสสัมชัญ
ศรีราชา จ.ชลบุรี ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาปีที่3
2510-2512 ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา
พญาไท กรุงเทพมหานคร ประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาปีที่5
2512-2516 คณะแพทย์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิต
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2516-2518 คณะแพทย์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาแพทย์ศาสตร์บัณฑิต
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
2521-2522 มหาวิทยาลัยมหิดล
ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์
การแพทย์คลินิก(สาขาจักษุวิทยา)
2521-2524 คณะแพทย์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วุฒิบัตรผู้ที่มีความรู้ความชำนาญประกอบ
วิชาชีพเวชกรรมสาขาจักษุวิทยา
|
ประวัติการทำงาน
รางวัลที่เคยได้รับ
โล่ประกาศเกียรติคุณข้าราชการดีเด่นปี
จัดโดยหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสยามนิวส์ ปี พ.ศ. 2534
โล่ประกาศเกียรติคุณ ของสโมสรไลออนส์เอราวัณ
ปี พ.ศ. 2543 - 2544
Distinguished Service Award
for meritorious service in Ophthalmology in the Asia Pacific
Area by
The Asia Pacific Academy Of Ophthalmology. ปี พ.ศ. 2546
|